วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026
  • Login
ปัตตานี
  • ปัตตานี
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • ปัตตานี
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
ปัตตานี
No Result
View All Result
Home ข่าว

วิกฤติการศึกษาชายแดนใต้ เมื่อความรู้ถูกผูกขาดด้วยภาษาชาติ

ปัตตานี by ปัตตานี
3 ปี ago
in ข่าว
Reading Time: 3min read
158
0
100
SHARES
199
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterSent to LINE friend

สถานการณ์การศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เผชิญสภาวะวิกฤติอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างยาวนาน ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและ UNICEF ปี 2562 ระบุว่า ทักษะการอ่านและการคิดคำนวณของเด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กไทยทั้งประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ในระดับชั้นที่สูงขึ้น

แม้จะมีการปรับแต่งการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ชายแดนใต้ซึ่งมีศาสนาและวัฒนธรรมเฉพาะตนต่างจากส่วนกลาง แต่อุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กท้องถิ่นเข้าถึงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ยากคือ ภาษาที่ใช้แบบเรียน หรือก็คือ ภาษาไทยมาตรฐาน ซึ่งแตกต่างจาก ‘ภาษาแม่’ ที่เด็กๆ ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันในชุมชนของตน

วันที่ 25 พฤศจิกายน ถูกกำหนดให้เป็นวันประถมศึกษาแห่งชาติ เพื่อสร้างความตระหนักต่อความสำคัญของการศึกษาในระดับประถมศึกษา อันเป็นการเรียนรู้ขั้นเริ่มต้นของเด็กๆ ในช่วงวัยที่ต้องได้รับความใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ WAY ชวนทำความเข้าใจสถานการณ์การศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้ผ่านกระบวนการจัดการสอนของโรงเรียนบ้านบัวทอง โรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอธารโต จังหวัดยะลา

การศึกษา-ศาสนา-จารีต บริบทอันซับซ้อนในพื้นที่ชายแดนใต้

ถ้าจะพูดถึงระบบการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คงต้องทำความเข้าใจลักษณะพื้นฐานของจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาสเสียก่อน

โดยทั่วไป ประชาชนส่วนใหญ่ของทั้งสามจังหวัดนับถือศาสนาอิสลาม และประกอบศาสนกิจตามหลักคำสอนอย่างเคร่งครัด ชาวมุสลิมในพื้นที่ดำเนินชีวิตโดยมีหลักศาสนาเป็นข้อยึดเหนี่ยว และยังต้องการถ่ายทอดความรู้และข้อปฏิบัติเหล่านั้นแก่คนรุ่นถัดไปอีกด้วย

นุรไอนี เจ๊ะกา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบัวทอง โรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอธารโต จังหวัดยะลา อธิบายว่า เด็กและเยาวชนมุสลิมมักเริ่มต้นเรียนรู้หลักการปฏิบัติศาสนกิจจากครอบครัว เนื่องจากเป็นสถาบันที่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้น พ่อแม่และผู้ปกครองก็ยังคาดหวังให้ลูกหลานเข้าถึงแก่นแท้ของอิสลามมากขึ้น จึงทำให้มีการจัดตั้งโรงเรียนสอนศาสนาขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ซึ่งมีชุมชนมุสลิมแน่นหนา เพื่อเป็นสถาบันถ่ายทอดและปลูกฝังจริยธรรมของศาสนาอิสลามให้กับเด็กมุสลิม

นุรไอนี เจ๊ะกา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบัวทอง

การศึกษาในโรงเรียนสอนศาสนาเป็นไปอย่างสอดคล้องกับเงื่อนไขและบริบททางสังคม กล่าวคือโรงเรียนจะสอนให้นักเรียนอ่านและเขียนภาษามลายู (Bahasa Melayu) ซึ่งเป็นภาษาหลักที่ใช้สื่อสารในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส และสอนภาษาอาหรับซึ่งเป็นภาษาทางศาสนา เพื่อให้เด็กสามารถศึกษาคัมภีร์อัลกุรอานได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม แต่เนื้อหาการเรียนการสอนยังครอบคลุมไปถึงจารีตและวัฒนธรรมมลายูซึ่งเป็นมรดกสำคัญในแถบทะเลจีนใต้ การส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนศาสนาจึงไม่ใช่แค่การติวเข้มสู่การเป็นมุสลิมที่สมบูรณ์ แต่เพื่อรักษาและสืบทอดอารยธรรมมลายูและวิถีชีวิตในพื้นที่สามจังหวัดฯ จนกลายเป็นข้อตกลงทางพฤตินัยร่วมกันในสังคมมุสลิมว่า เด็กทุกคนควรเข้าเรียนในโรงเรียนสอนศาสนา

เมื่อมองในภาพกว้าง ระบบการศึกษาของประเทศไทยภายใต้ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ระบุว่า เด็กและเยาวชนไทยจะต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ไม่น้อยกว่า 12 ปี ก่อนระดับอุดมศึกษา เป็นผลให้วิถีการศึกษาของนักเรียนชาวมุสลิมในชายแดนภาคใต้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา/มัธยมศึกษา สังกัดสพฐ. ในวันจันทร์ถึงศุกร์ (เวลาราชการ) เข้าโรงเรียนสอนศาสนาในวันเสาร์และอาทิตย์ (วันหยุดราชการ) และฝึกอ่านอัลกุรอานหลังเลิกเรียน

อย่างไรก็ดี วิธีจัดการเรียนการสอนดังกล่าวมีความยืดหยุ่น และสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โรงเรียนสังกัด สพฐ. ในพื้นที่สามจังหวัดฯ มักออกแบบหลักสูตรให้เข้ากับข้อตกลงทางศาสนาและข้อตกลงของชุมชนท้องถิ่น  ตัวอย่างเช่นโรงเรียนบ้านบัวทองจัดหลักสูตรให้มีช่วงเวลาสำหรับละหมาด และจัดห้องละหมาดโดยเฉพาะแก่เด็กนักเรียน ปรับกฎระเบียบด้านการแต่งกายให้สอดคล้องกับคำสอนทางศาสนา รวมถึงมีการสอนวิชาอิสลามศึกษาเด็กระดับชั้นประถม

นุรไอนีระบุว่า ความพยายามรับเอานโยบายการศึกษาจากส่วนกลางมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับพื้นที่เช่นนี้ ทำให้ผู้ปกครองผลักดันให้บุตรหลานเข้ารับการศึกษาจากโรงเรียนรัฐบาลมากขึ้น เพราะเริ่มวางใจว่า เด็กจะได้รับการศึกษาครบถ้วนตามหลักสูตรพื้นฐานโดยไม่ละทิ้งหลักการทางศาสนา 

ถึงอย่างนั้น อุปสรรคใหญ่สำหรับเด็กในพื้นที่สามจังหวัดฯ คือ ตำราเรียนและหลักสูตรจากส่วนกลางล้วนถูกบัญญัติเป็นภาษาไทยที่เป็นภาษาราชการ ในขณะที่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนในพื้นที่มี ‘ภาษาแม่’ เป็นภาษามลายู

กำแพงภาษา หลุมความเหลื่อมล้ำของระบบการศึกษาไทย

แม้ภาษามลายูถิ่นที่ชุมชนมุสลิมในอำเภอธารโตใช้สื่อสารกันจะมีรากศัพท์เดียวกับภาษามลายูกลาง แต่วิธีการออกเสียงกลับแตกต่าง อีกทั้งภาษามลายูถิ่นก็ไม่มีตัวหนังสือเฉพาะของตัวเอง และไม่สามารถใช้ตัวอักษรยาวี ( جاوي) เพื่อแทนเสียงได้หมดเหมือนอย่างภาษามลายูกลาง ภาษามลายูถิ่นจึงถูกถ่ายทอดจากผู้ใหญ่ไปสู่เด็กๆ ด้วยวิธีมุขปาฐะ อันเป็นวิธีสื่อสารที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด ทำให้เด็กสามารถซึมซับและพูดภาษามลายูถิ่นได้ในระยะเวลาไม่กี่ขวบปี 

อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเข้าศึกษาในโรงเรียนสามัญที่ถูกกำกับจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เด็กเหล่านี้ต้องเริ่มเรียนรู้ภาษาไทยกลางเป็นภาษาที่สองทันที เนื่องจากหลักสูตรที่บังคับใช้โดย สพฐ. ถูกออกแบบให้ต้องใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร

ความยากของนักเรียนในพื้นที่สามจังหวัดฯ คือ การไม่สามารถหาจุดเชื่อมโยงระหว่างภาษามลายู ซึ่งใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน กับภาษาไทยกลาง ซึ่งใช้สำหรับอ่าน-เขียนในโรงเรียน สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดของภาษามลายูถิ่นเองที่ไม่มีตัวหนังสือเฉพาะไว้ใช้เทียบเคียงกับภาษาอื่นๆ 

นุรไอนีเห็นว่า การไม่มีเครื่องมือเชื่อมโยงระหว่างภาษาแม่ (มลายู) กับภาษาไทย ทำให้การเรียนรู้ภาษาไทยเป็นเรื่องยากและห่างไกลจากตัวเด็กยิ่งกว่าเดิม ผลลัพธ์ของความไม่เชื่อมโยงนี้ไม่เพียงทำให้เด็กขาดความเข้าใจด้านการสื่อสาร แต่ยังทำให้ตัวผู้เรียนไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาการเรียน และไม่อยากจะเรียนรู้สิ่งเหล่านั้นอีก

เมื่ออ่านไม่ได้ เขียนไม่ถูก การเข้าถึงเนื้อหาในหนังสือเรียนที่ตีพิมพ์เพื่อใช้ร่วมกันทั้งประเทศก็กลายเป็นเรื่องยากขึ้นหลายเท่า แบบเรียนภาษาไทยกลายเป็นกำแพงขนาดมหึมาสำหรับผู้เรียน

ในปี 2562 ตัวเลขจากโครงการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีใน 17 จังหวัดของประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและ UNICEF พบว่า ในจังหวัดยะลาซึ่งเกิดปัญหาความไม่สงบ และมีปัญหาการเข้าถึงสวัสดิการสังคมและการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ มีเด็กอายุ 7-8 ปี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์เรียนชั้น ป.2 และ ป.3 มีทักษะการคำนวณขั้นพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 31.7 (ค่าเฉลี่ยของประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 46.7) และมีทักษะการอ่านขั้นพื้นฐานเพียงร้อยละ 18.3 (ค่าเฉลี่ยของประเทศไทยร้อยละ 51.8) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมาก นอกจากนี้ ไม่เพียงยะลา แต่จังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่สามจังหวัดฯ ก็พบว่า ทักษะการคำนวณและการอ่านพื้นฐานของเด็กในวัยประถมอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2549-2550 มหาวิทยาลัยมหิดลได้สำรวจสถานการณ์การใช้ภาษาประจำวันของคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเก็บข้อมูลจากผู้พูดภาษามลายูถิ่น พบว่า แม้ประชากรร้อยละ 70 จะสามารถอ่านออกเสียงภาษาไทยได้คล่องกว่าอักษรยาวีและอักษรรูมี (tulisan rumi: อักษรโรมันที่ใช้เขียนภาษามลายู) แต่บางส่วนกลับไม่เข้าใจข้อความภาษาไทยที่อ่าน

ตัวเลขนี้สำคัญอย่างไร?

หากขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น และพิจารณาพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทยที่มีความแตกต่างทางการใช้ภาษาก็จะพบว่า เยาวชนที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก มีเปอร์เซ็นต์การรู้หนังสือถึงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เยาวชนที่ใช้ภาษาอื่นๆ ในครัวเรือน มีการรู้หนังสือไม่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้น เยาวชนในประเทศไทย ช่วงวัย 15-24 ปี ที่ใช้ภาษาหลักในครัวเรือนเป็นภาษาอื่น ยังเป็นผู้ไม่รู้หนังสือภาษาไทยถึง 35 เปอร์เซ็นต์ (สสช. และ unicef, 2559)

ที่มา: UNICEF

เพราะระบบการศึกษาไทยใช้การวัดและประเมินผลร่วมกันทั้งประเทศ หลักสูตรและหลักเกณฑ์การประเมินนักเรียนจึงต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สอดรับและใช้งานในวงกว้างได้ แต่การศึกษาภายใต้ระบบเช่นนี้ก็นำมาซึ่งหลุมขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ข้อจำกัดทางภาษา แม้พยายามออกแบบเครื่องมือเพื่อแก้ไขที่หลากหลาย ก็ยังไม่สามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ที่ยั่งยืน

“นักวิชาการท่านหนึ่งเคยพูดว่า ถ้าเอาเสื้อโหลให้เด็กทั้งโรงเรียนใส่ บางคนอาจใส่ได้พอดี บางคนอาจจะใส่แล้วหลวม ก็เหมือนการใช้เครื่องมือวัดผลเพียงอันเดียวกับเด็กทั้งประเทศ เรารู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะเด็กในแต่ละพื้นที่ล้วนมีพื้นฐานแตกต่างกัน มันไม่ยุติธรรมกับเด็กในพื้นที่ของเรา” นุรไอนีกล่าว

อ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้ ใครเกี่ยวข้องในกระบวนการเรียนรู้ของเด็กบ้าง

โรงเรียนบ้านบัวทอง เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เผชิญปัญหาการไม่รู้หนังสือของเด็กนักเรียนระดับชั้นประถม ด้วยสาเหตุ ‘ข้อจำกัดด้านภาษา’ เนื่องจากเด็กนักเรียนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้ภาษาลายูถิ่นในการสื่อสารตั้งแต่เกิด และคนในครอบครัวและชุมชนต่างก็ใช้ภาษามลายูในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อเด็กจำเป็นต้องใช้ภาษาไทยในการเรียน โรงเรียนก็มีหน้าที่ต้องสอนภาษาไทยตั้งแต่ระดับพื้นฐาน

รัชชฎา ภาคภูมิเกียรติยศ ครูสอนภาษาไทยของโรงเรียนบ้านบัวทอง อธิบายว่า แต่เดิมโรงเรียนจะให้เด็กระดับชั้นปฐมวัยซึ่งเป็นเด็กเล็ก เริ่มทำความคุ้นเคยกับภาษาไทยผ่านการสื่อสารอย่างง่ายๆ ได้แก่ การฟังและการพูด และจะยังอนุโลมให้เด็กเล็กใช้ภาษามลายูสื่อสารได้บ้าง แต่เมื่อเลื่อนระดับไปอยู่ชั้นประถม เด็กทุกคนจะต้องสื่อสารด้วยภาษาไทยกลาง ห้ามใช้ภาษามลายู

เป้าหมายของการเรียนรู้ตามวิธีการข้างต้น คือการพาเด็กเข้าสู่โลกของภาษาที่สองให้เร็วที่สุด โดยคาดหวังให้เด็กจดจำและนำภาษาไทยไปใช้ในชีวิตประจำวัน แต่วิธีการนี้กลับมีข้อด้อย รัชชฎาค้นพบว่า เมื่อเด็กยังไม่รู้คำไทยที่จะใช้สื่อสารความคิดของตนออกมา ซ้ำยังถูกปิดกันไม่ให้ใช้ภาษาที่เขาถนัด เด็กๆ จึงไม่กล้าสื่อสารความคิดออกมา ซึ่งสะท้อนว่า วิธีการสอนที่กระตุ้นด้วยแรงเสริมทางลบแบบนี้ไม่ช่วยให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่ต้องการ

รัชชฎา ภาคภูมิเกียรติยศ ครูสอนภาษาไทยของโรงเรียนบ้านบัวทอง

รัชชฎากล่าวต่อไปว่า นอกจากความยากในการกระตุ้นให้เด็กใช้ภาษาไทยแล้ว การมีพื้นที่เรียนรู้ค่อนข้างจำกัดก็เป็นอุปสรรคสำคัญ กล่าวคือ เด็กๆ จะมีโอกาสฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทยเฉพาะในโรงเรียนเท่านั้น เมื่อกลับบ้าน เขาก็จะใช้ภาษามลายูถิ่นกับครอบครัว เด็กจึงไม่สามารถต่อยอดประสบการณ์การใช้ภาษาไทยในชุมชนของเขาได้ ด้วยเหตุนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทางโรงเรียนต้องจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์เต็มรูปแบบ เด็กจึงแทบไม่ได้ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารเลย และก่อให้เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย (learning loss) ที่ไม่ได้ถดถอยแค่เฉพาะองค์ความรู้ในตำรา แต่ยังรวมถึงกระบวนการสื่อสารพื้นฐานอย่างการพูดภาษาไทยด้วย

ภาวะการเรียนรู้ถดถอยดังกล่าวยิ่งทำให้ปัญหาการเรียนรู้ภาษาไทยของเด็กในโรงเรียนบ้านบัวทองทวีซับซ้อน เพราะก่อนที่จะออกแบบวิธีการสอนให้สอดคล้องกับเด็กตามระดับการศึกษาได้ ครูต้องจัดการปัญหาการถดถอยในการใช้ภาษาไทยของเด็กเสียก่อน เพื่อ ‘รื้อฟื้น’ ความสามารถในการใช้ภาษาไทยกลับมา โรงเรียนจึงต้องประเมินเด็กทั้งหมด เพื่อจัดกลุ่มเด็กตามความสามารถในการใช้ภาษาไทย แล้วจัดวิธีการสอนให้ตรงจุด เช่น กลุ่มเด็กที่เกิดภาวะเรียนรู้ถดถอยจะต้องถูกติวเข้ม อย่างที่ผอ.นุรไอนีระบุว่า จำเป็นต้องให้เด็กเริ่มทำความรู้จักพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ใหม่ทั้งหมด นี่เป็นสาเหตุให้โรงเรียนบ้านบัวทองต้องใช้เวลาทั้งเทอมเพื่อสอนให้เด็กเรียนภาษาไทยอย่างเดียว หลังกลับมาเปิดเรียนแบบ on-site

สถานการณ์การเรียนรู้ที่น่าเป็นห่วงทำให้โรงเรียนบ้านบัวทองตัดสินใจเข้าร่วมโครงการจัดการศึกษาแบบทวิ-พหุภาษา (ภาษาไทย-มลายูถิ่น) ซึ่งต่อยอดมาจากโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลารับช่วงนำมาดำเนินงานในระดับท้องถิ่น

ผศ.ดร.เกสรี ลัดเลีย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และผู้รับผิดชอบการฝึกอบรมปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนการสอนแบบทวิ-พหุภาษาศึกษา อธิบายว่า แนวทางที่จะช่วยให้เด็กในพื้นที่สามจังหวัดฯ สามารถเรียนรู้ภาษาไทยได้ดีกว่าเดิม คือ การจัดทำระบบตัวอักษรภาษามลายูถิ่นโดยใช้ตัวอักษรไทยเป็นรากฐาน และผลิตเป็นหนังสือเพื่อส่งเสริมการอ่าน (อาทิ แบบเรียน มูลาบาฮาซา) เพราะจะทำให้เด็กคุ้นชินกับตัวหนังสือ และวิธีการออกเสียงในภาษาไทย

เกสรีมองว่า วิธีการสอนดังกล่าวไม่เพียงสร้างจุดร่วมระหว่างภาษาไทยและภาษามลายูถิ่น และผลักดันให้เด็กสามารถเรียนรู้ภาษาไทยตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ดีเท่านั้น แต่ความสามารถในการสื่อสารความคิดผ่านภาษาจะช่วยพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ของเด็กได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กในช่วงวัยประถม ทั้งนี้ การเรียนรู้ตามโมเดลนี้จะต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งครูผู้สอน โรงเรียน และผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิด การฝึกฝน และต่อยอดไปสู่การอ่านออกเขียนได้

“ถ้าเราเปรียบเทียบว่าเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้คือคนที่อยู่ในห้องไอซียู ทวิภาษาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กออกมาจากห้องนั้น แล้วกระตุ้นให้อยากอ่านอยากเขียน พอถึงตอนนั้น ไม่ว่าเราจะเติมความรู้อะไรเข้าไป เขาก็พร้อมเรียนรู้ แต่ถ้าเขายังอยู่ในไอซียู มันไม่ต่างจากการถมทรายลงในทะเล เพราะเขาไม่มีเครื่องมือที่จะรับความรู้เข้ามาสู่ตัวเอง”

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองถึงสภาพแวดล้อมอันจะส่งเสริมทักษะการอ่าน-เขียนของเด็กในพื้นที่ชายแดนใต้ เกสรีพบว่า การส่งเสริมการอ่านจากครอบครัวยังอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง หลายครอบครัวยังมีฐานะยากจน หนังสือภาษาไทยจึงกลายเป็นสินค้าที่หาได้ยากในพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพ่อแม่ต้องออกไปทำงานหาเงินในต่างพื้นที่ โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซีย เด็กบางคนจึงต้องอยู่กับปู่ย่าตายายซึ่งไม่สามารถช่วยส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กมากนัก เพราะคนรุ่นนี้แทบไม่สามารถพูดหรืออ่านภาษาไทยได้เลย

แม้จะได้รับงบประมาณสนับสนุนจากส่วนกลาง แต่ห้องสมุดโรงเรียนบ้านบัวทองยังมีหนังสือสำหรับเด็กค่อนข้างน้อยไม่ต่างจากโรงเรียนขนาดเล็กอื่นๆ ที่ได้รับการจัดสรรทรัพยากรมาอย่างจำกัดจำเขี่ย นอกจากนี้ หนังสือส่วนใหญ่ในห้องสมุดของโรงเรียนยังเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาและภาษาที่ซับซ้อนเกินกว่าระดับทักษะการอ่านของเด็กวัยประถม และยิ่งยากขึ้นเมื่อพิจารณาว่า นี่คือพื้นที่ที่เด็กยังต้องได้รับการประคับประคองทางภาษา

จากชายแดนสู่ส่วนกลาง ความยั่งยืนของการเรียนรู้คือการให้ทางเลือก

ภาพกลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายจับกลุ่มอ่านหนังสือออกเสียงฉะฉาน เป็นเครื่องยืนยันผลสัมฤทธิ์ของการปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนภาษาไทย แม้นักเรียนกลุ่มนี้จะเป็นเพียงเด็กส่วนน้อยในโรงเรียน แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการพัฒนาทักษะภาษา

ในฐานะผู้นำร่องและวางแผนให้เกิดการศึกษาแบบสองภาษา นุรไอนีมองเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นภายในโรงเรียนบ้านบัวทอง ซึ่งไม่เพียงเฉพาะทักษะการพูด อ่าน เขียนที่แข็งแรง และช่วยส่งเสริมศักยภาพให้เด็กมากกว่าด้านการเรียน แต่ยังทำให้เด็กมีกล้าแสดงออกมากขึ้น ทั้งยังได้ซึมซับรากเหง้าวัฒนธรรมมลายู แล้วต่อยอดสู่การเรียนรู้วัฒนธรรมอื่นๆ ที่แตกต่างออกไป

เด็กที่จบการศึกษาจากโรงเรียนบ้านบัวทองส่วนใหญ่จะศึกษาต่อในโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ โรงเรียนที่ได้รับความนิยมคือ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ซึ่งจะสอนหลักสูตรสามัญควบคู่กับหลักคำสอนทางศาสนา ขณะเดียวกัน นักเรียนที่ผู้ปกครองมีทุนทรัพย์ก็อาจเลือกศึกษาต่อที่โรงเรียนในจังหวัดปัตตานี มีนักเรียนเพียงบางส่วนเท่านั้นที่จะศึกษาต่อในโรงเรียนสามัญศึกษาสังกัด สพฐ. 

แม้ภาษาจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กในพื้นที่ขายแดนใต้ แต่ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนรุ่นพ่อแม่ของเด็กๆ ในโรงเรียนประถม ยังคงหาเลี้ยงชีพภายใต้ข้อจำกัดทางภาษา ผู้ปกครองของเด็กจำนวนไม่น้อยเดินทางไปเป็นแรงงานที่ประเทศมาเลเซีย เพราะได้รับค่าตอบแทนสูงและไม่ต้องปรับตัวมากเมื่อเทียบกับการทำงานในจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย

ทางเลือกเหล่านี้สะท้อนบริบททางสังคมของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งนุรไอนีเองก็มองว่า วิถีชีวิตที่เกี่ยวพันกับศาสนาและมีความเป็นมลายูอย่างเข้มข้นมีความเกี่ยวข้องกับการศึกษาของเด็กและเยาวชน ดังนั้นการรับนโยบายการศึกษาจากส่วนกลางมาใช้ในพื้นที่สามจังหวัดฯ จึงไม่อาจมองข้ามข้อตกลงร่วมของคนในพื้นที่

ข้อเสนอจากนุรไอนี คือการปรับใช้กระบวนการต่างๆ อย่างยืดหยุ่น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างบุคลากรในพื้นที่และบุคลากรจากส่วนกลาง เพราะบริบทสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจร่วมกันไม่ได้มีเพียงเรื่องการศึกษา แต่ยังครอบคลุมถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ นุรไอนีเห็นว่า หากส่วนกลางและท้องถิ่นสามารถสร้างกระบวนการร่วมกันได้ ก็จะสามารถพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในชายแดนใต้ให้เข้มแข็งขึ้นกว่าที่ผ่านมา

อ้างอิง

วิศรุต เลาะวิถี. (2559). การเรียนรู้ในมิติของอิสลาม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต, 12(21), .

Author

รพีพรรณ พันธุรัตน์

เกิดสงขลาแต่ไม่ใช่คนหาดใหญ่ จบสื่อสารมวลชนจากเชียงใหม่แล้วตัดสินใจลากกระเป๋าเข้ากรุง ชอบเขียนมากกว่าพูด ชอบอ่านมากกว่าดู มีคู่หูเป็นกระดาษกับปากกา

Tags: newsข่าวจังหวัดปัตตานี
Previous Post

ย้อนคดี “ซูกีมัน กูบารู” โยงก่อเหตุคาร์บอมบ์นราธิวาส

Next Post

ละม่อมจับอีก! ตร.ไม่ต้องเหนื่อย โจรลักจยย.ตายน้ำตื้นซวยซ้ำซ้อน มั่วเข้าโรงพัก – ข่าวสด

ปัตตานี

ปัตตานี

เมืองงามสามวัฒนธรรม ศูนย์ฮาลาลเลิศล้ำ ชนน้อมนำศรัทธา ถิ่นธรรมชาติงามตา ปัตตานีสันติสุขแดนใต้

Related Posts

ข่าว

ม.อ.เผยผลวิจัย พบ.ผู้ป่วยปอดบวมจากโควิด เสี่ยงติดวัณโรคมากกว่าคนทั่วไป 7 เท่า

กุมภาพันธ์ 1, 2023
'สมชัย'-สงสัย-กกต.-แบ่งเขตเลือกตั้งผิด?-หลังเอาจำนวน-ผู้ไม่มีสัญชาติไทยมาคำนวณ
ข่าว

'สมชัย' สงสัย กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งผิด? หลังเอาจำนวน ผู้ไม่มีสัญชาติไทยมาคำนวณ

มกราคม 31, 2023
ข่าว

ผู้ว่าหญิงปัตตานี นำทีมปั่นจักรยานแนะนำแหล่งท่องเที่ยว

มกราคม 29, 2023
ข่าว

อุตุฯเตือนดูแลสุขภาพอากาศหนาวเย็นลง

มกราคม 29, 2023
“นิพนธ์”เดินหน้าทำชายแดนใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร-|-เดลินิวส์
ข่าว

“นิพนธ์”เดินหน้าทำชายแดนใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร | เดลินิวส์

มกราคม 26, 2023
ข่าว

‘

มกราคม 26, 2023
Next Post
ละม่อมจับอีก!-ตรไม่ต้องเหนื่อย-โจรลักจยย.ตายน้ำตื้นซวยซ้ำซ้อน-มั่วเข้าโรงพัก-–-ข่าวสด

ละม่อมจับอีก! ตร.ไม่ต้องเหนื่อย โจรลักจยย.ตายน้ำตื้นซวยซ้ำซ้อน มั่วเข้าโรงพัก - ข่าวสด

บทความ แนะนำ

No Content Available

หมวดบทความ

การก่อสร้าง การขนถ่ายสินค้า การขุด หรือเจาะบ่อน้ำ การค้าวัสดุก่อสร้าง การฆ่าสัตว์ การผลิต การบรรจุก๊าซ การผลิตน้ำมันพืช การผลิตน้ำแข็ง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การผลิตรองเท้า การผลิตเส้นไหม การรีดโลหะ ผลิตเหล็ก การหล่อหลอม การกลึงโลหะ การเลี้ยงสัตว์ กิจกรรม ข่าว ตรวจหวย ธุรกิจ บริการซัก อบ รีด บริษัท ปัตตานี มูลนิธิ ร้านค้า วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา สพป.ปัตตานี เขต 1 สพป.ปัตตานี เขต 2 สพป.ปัตตานี เขต 3 สพม.เขต 15 สมาคม สำนักงานจัดการเดินทาง หน่วยงานราชการ อบต. อาหาร เอสเอ็มอี แฟรนไชส์ โรงงาน โรงพยาบาล บริการสุขภาพ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนศิลปะและกีฬา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสอนศาสนา โรงเรียนสามัญ โอทอป

เกี่ยวกับเรา ปัตตานี



เป็นศูนย์รวมในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก อีกทั้งยังเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ อีกด้วย

Unable to open file!