วันอังคารที่ 20 มกราคม 2026
  • Login
ปัตตานี
  • ปัตตานี
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • ปัตตานี
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
ปัตตานี
No Result
View All Result
Home ข่าว

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง”ตุลาการ”สะเทือน

ปัตตานี by ปัตตานี
4 ปี ago
in ข่าว
Reading Time: 2min read
158
0
100
SHARES
199
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterSent to LINE friend

ตอนนี้บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำปีในหลายหน่วยงานกำลังดำเนินการ บางหน่วยงานเรียบร้อย บางหน่วยงานมีปัญหาไม่ทำตามหลัก Put the Right Man on the Right Job  จนเกิดการร้องเรียนและฟ้องร้องกันระนาว..

ปัญหาแบบนี้มีทุกคราว และดูท่าแล้วจะคลายปมกันยาก หากผู้บริหารไม่เร่งคลายล็อกปมร้อนให้กระจ่าง

ตัวอย่างร้อนๆ จากกระทรวงมหาดไทย เช่น  พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงนามเสนอแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารและผู้ว่าราชการจังหวัดหลายอัตรา ตั้งแต่ความพยายามที่จะโยกนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเป็นปลัดมหาดไทย แทนนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดมหาดไทยที่เกษียณภายในเดือนกันยายนปีนี้ แต่ด้วยแรงต้านของคนในกระทรวงทำให้ต้องเกิดรายการเบรกหัวทิ่ม แต่ไม่วายในการโยกย้ายผู้ว่าราชการในหลายตำแหน่ง ก็เป็นการโยกย้ายแบบผิดฝาผิดตัว

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง วีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศร ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าสมุทรสาคร

ดังปรากฎข่าว ชาวปัตตานีขึ้นป้ายคัดค้านการย้ายนายนิพันธ์ บุญหลวง ผวจ.น่านซึ่งเหลืออายุราชการอีกหนึ่งปี ให้มานั่งเป็นพ่อเมืองปัตตานีแทนนายราชิต สุดพุ่ม หรือแม้แต่กรณี   วีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศรผวจ.สมุทรสาคร ที่ตัดสินใจยื่นใบลาออกด้วยการให้เหตุผลปัญหาทางสุขภาพแต่ก็ยังเปิดความในใจอย่างมีนัยยะถึงนักการเมืองไม่เห็นค่าตนเองทั้งที่ขอย้ายไปเป็นพ่อเมืองจังหวัดอื่น เป็นต้น

แม้แต่แวดวงตุลาการยามนี้ ก็ยังเกิดปัญหาดังกล่าวเพราะบุคลากรในแวดวงตุลาการและสังคมคงทราบว่า มีการยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังประธานศาลฎีกาในฐานะประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(กต.)และกรรมการกต. รวมทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) โดยนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์คดีชำนาญการพิเศษ  และอดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา โดยขอให้ตรวจสอบข้าราชการศาลยุติธรรมบางคนที่มีพฤติกรรมส่อผิดกฎหมายและแนวปฏิบัติของศาลยุติธรรมเกี่ยวกับการใช้แอพลิเคชั่นไลน์”ล็อบบี้หาเสียงการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ”ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ อดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา

ไทม์ไลน์ของเรื่องนี้ที่น่าจะมีผลกระทบในแวดวงตราชั่ง และอาจเป็นหนึ่งในพายุของฝ่ายเคลื่อนไหวทางการเมืองยามนี้ที่ชูการปฏิรูปรอบด้าน โดยกระบวนการยุติธรรมก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของคนกลุ่มนี้ที่มองว่า  ความโปร่งใสและยุติธรรมในสังคมนั้นยังมีข้อคลางแคลงใจ

หากพายุดังกล่าวในแวดวงตราชั่งโดนชูเป็นประเด็นในการชุมนุมครั้งต่อไป ย่อมไม่ส่งผลดีกับสถาบันตุลาการ เพราะกระบวนการยุติธรรมเป็นหลักการสำคัญในการรักษาความถูกต้องและคลายปัญหาให้สังคม    หากสังคมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการภายในที่มีข้อเคลือบแคลง ตรงนี้จะมีผลกับ”ศรัทธาจากสังคม”

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่15 เม.ย.2564 นายชำนาญ ทำหนังสือถึง  “นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา”  เรื่อง “ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า ข้าราชการตุลาการกระทำผิดวินัย กรณีหาเสียงเพื่อให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ” ตามมาตรา 36 (3) แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543   โดยมีหลักฐานคือภาพถ่ายหน้าจอแอพลิเคชั่นไลน์  ประกอบการสอบสวนข้อเท็จจริงเพราะปรากฏว่า มีการฝ่าฝืนต่อการดำเนินการตามกฎหมายและแนวปฏิบัติของศาลยุติธรรม โดยนายชำนาญอ้างว่าพบผู้ที่ฝ่าฝืนสามรายคือ

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง

นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา

รายที่ 1 ผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ไลน์ว่า “J29 Anuruk “ ในไลน์กลุ่มชื่อ “สภาตุลาการ”จำนวนห้าครั้งคือครั้งที่1  เมื่อวันที่ 4ก.พ.2564  ,ครั้งที่ 2 วันที่9 ก.พ. ,ครั้งที่ 3 วันที่16ก.พ., ครั้งที่ 4 วันที่ 9มี.ค. ,ครั้งที่ 5 วันที่ 17มี.ค. และวันที่ 31มี.ค. 

รายที่ 2 ผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ไลน์ว่า” S.tany “ในไลน์กลุ่ม “ศาลฎีกา”จำนวนสามครั้งคือ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 10ม.ค.2564 , ครั้งที่ 2 วันที่ 6ก.พ. และ เมื่อวันที่ 16ก.พ.,ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 9มี.ค.

รายที่ 3 ผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ไลน์ว่า “rlek” ในไลน์กลุ่มชื่อ “Legal mind”จำนวนห้าครั้งคือ ครั้งที่1 วันที่ 9 ม.ค.2564 ,ครั้งที่ 2 วันที่16ม.ค.,ครั้งที่ 3 วันที่16ก.พ., ครั้งที่ 4 วันที่16ก.พ.  ,ครั้งที่ 5 วันที่ 9มี.ค.

เอกสารร้องเรียนของนายชำนาญ ระบุว่า   การกระทำของผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ทั้ง 3 ราย ทั้งที่รู้ว่า พ.ร.บ.ระเบียบฯ มาตรา 17 วรรคสี่ บัญญัติว่า “ให้ถือว่าการกระทำใด ๆอันมีลักษณะเป็นการหาเสียง เพื่อให้ข้าราชการตุลาการ ลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการใด ๆ เป็นการไม่ถือและปฏิบัติตามจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ ซึ่ง ก.ต. มีมติเห็นชอบให้ใช้หลักเกณฑ์การห้ามหาเสียงเลือกกรรมการหรืออนุกรรมการใดๆ ตามพ.ร.บ.ระเบียบฯ

ทั้งยังออกประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง แนวทางพิจารณาเกี่ยวกับจริยธรรมในการหาเสียงลงวันที่ 3 ต.ค.2557 ใช้บังคับแล้ว ดังนั้นหลักเกณฑ์และระเบียบดังกล่าวจึงเป็นหลักเกณฑ์เกี่ยวกับจริยธรรมของข้าราชการดุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ซึ่งมาตรา 62 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบฯบัญญัติให้ข้าราชการตุลาการต้องยึดถือและปฏิบัติตาม การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามย่อมเป็นการกระทำความผิดวินัย

แปลว่าคนในแวดวงตุลาการน่าจะทราบดีจากการร้องเรียนคราวนี้ว่า”บุคคลทั้งสามคือใครและมีตำแหน่งแห่งหนอยู่ที่ใด…และทำไมต้องออกมาขยับตามที่นายชำนาญร้องเรียน รวมทั้งควรดูเจตนาเพ่งเล็งผลและประสงค์ต่อผลแบบใดในวันนี้และวันหน้ากับการล็อบบี้หาเสียงทั้งที่ส่อว่าจะเกิดความผิด”

จากนั้นวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา   นายชำนาญ ได้ทำหนังสือถึงสำนักงาน ป.ป.ช.  เรื่อง”เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด…” โดยเชื่อมโยงกับการร้องเรียนประธานศาลฎีกาเรื่อง”ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ว่า ข้าราชการตุลาการกระทำผิดวินัย กรณีหาเสียงเพื่อให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ”  ที่ยื่นเรื่องในช่วงสงกรานต์และยังไม่มีความชัดเจนใดๆจากสำนักงานศาลยุติธรรม

แต่ตอนนั้นคนวงในแวดวงตุลาการทราบกันแล้วว่า  หนึ่งในสามรายที่นายชำนาญร้องเรียนให้ตรวจสอบนั้น เป็นกต.ชุดปัจจุบัน และก.ต.ชุดปัจจุบันจะมีส่วนในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมประจำปีนี้ด้วย 

ล่าสุด เมื่อวันที่13ส.ค.ที่ผ่านมานายชำนาญทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกาในฐานะประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(กต.) และกรรมการกต.เรื่องคัดค้านการแต่งตั้ง”นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กุล”   รองประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งเป็น”ประธานแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์ “

โดยมีใจความสำคัญว่า…..ตามที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตุลาการวาระ1ต.ค.2564 (บัญชี4) ลำดับที่115 (นายอนุรักษ์)ไปดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์นั้น  ตนได้มีหนังสือร้องเรียนลงวันที่15เม.ย.2564 ถึงประธานศาลฎีกาขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายกรณีมีเหตุควรสงสัยว่าข้าราชการกต.ทำผิดวินัยกรณีหาเสียงให้กต.ลง/งดเว้นการลงคะแนนเลือกบุคคลเป็นกต.ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา36(3) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ปรากฏว่ามีผู้ใช้โปรไฟล์ไลน์ J29Anurak และภาพถ่ายนายอนุรักษ์เป็นหนึ่งในผู้โพสต์ข้อความในไลน์สภาตุลาการ อันมีลักษณะหาเสียงให้นายไผทชิต เอกจริยกรและนายจำนง เฉลิมฉัตรในการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ

ใจความหลักของหนังสือร้องเรียนระบุว่า  แต่ประธานศาลฎีกายังไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวอันเป็นการเข้าลักษณะการหาเสียงตามประกาศคณะกรรมการศาลยุติธรรมเรื่องแนวทางการพิจารณาเกี่ยวกับจริยธรรมในการหาเสียง วันที่3ต.ค.2557 ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา17วรรคสี่ และมีผลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายตามมาตรา17และมาตรา62 โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายอนุรักษ์เป็นกต.ที่ต้องควบคุมและลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนจริยธรรมของกต.

“มาตรา37วรรคสามแห่งพ.ร.บ.ระเบียบฯ ประกอบกับข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ.2561 ข้อ9ยังกำหนดหน้าที่ของกต.เกี่ยวกับการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา36 (1)(2)(3) ที่ระบุว่าการวินิจฉัยของกต.ให้ถือเป็นที่สุดรวมทั้งมาตรา41 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบฯระบุว่ากรณีข้อสงสัยการพ้นตำแหน่งของกต.ผู้ทรงคุณวุฒิบัญญัติให้กต.เป็นผู้ชี้ขาด ดังนั้นมีกฎหมายกำหนดหน้าที่โดยตรงของนายอนุรักษ์ซึ่งเป็นกต.ในขณะนั้นในการดูแลกระบวนการเลือกตั้งกต.ผู้ทรงคุณวุฒิให้ถูกกฎหมาย อีกทั้งมาตรา17วรรคสี่ แห่งพ.ร.บ.ระเบียบฯ และข้อบังคับของปรานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ.2561 ข้อ29 ระบุชัดเจนถึงการไม่ให้หาเสียงเพื่อให้กต.ลง/งดเว้นการลงคะแนนเลือกบุคคลเป็นกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ และบุคคลที่จะวินิจฉัยคือกต.

ดังนั้นนายอนุรักษ์ซึ่งเป็นกต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลอุทธรณ์ในขณะนั้นย่อมมีหน้าที่โดยตรงในการวินิจฉัยการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิในขณะนั้น   แต่ปรากฏว่านายอนุรักษ์พบว่าผู้พิพากษาหลายรายโพสต์ข้อความให้มีการลง/งดเว้นการลงคะแนนเลือกบุคคลเป็นกต.ผู้ทรงคุณวุฒิให้ผู้สมัครรายหนึ่งรายใดอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและจริยธรรม นายอนุรักษ์กลับไม่ห้ามปรามและนายอนุรักษ์กลับเข้าร่วมด้วยในการหาเสียงให้นายไผทชิตและนายจำนง การกระทำที่ผิดวินัยของนายอนุรักษ์ที่มีผลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายตามมาตรา17วรรคสี่แห่งพ.ร.บ.ระเบียบฯยังอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา172 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ”ใจความในหนังสือร้องเรียนของนายชำนาญ ระบุ

“ย่อมเป็นการไม่เหมาะสมที่กต.จะให้ความเห็นชอบและนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายอนุรักษ์ให้ดำรงตำแหน่งประธาน แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์ ที่ยังมีคดีอยู่ที่สำนักงานปปช. และยังคัดค้านนายไผทชิตและนายจำนง กต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมลงมติในครั้งนี้ เพราะเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในเรื่องนี้”บางส่วนของหนังสือร้องเรียนของนายชำนาญ

ข้อมูลข้างต้นที่มีการพาดพิงนายอนุรักษ์นั้น สื่อมวลชนได้เปิดพื้นที่สัมภาษณ์นายอนุรักษ์เพื่อให้พื้นที่ชี้แจง แต่นายอนุรักษ์ตอบว่า”ไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูล ไม่ขอพูดเรื่องดังกล่าว”

และเรื่องราวข้างต้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเช่นเลขาธิการศาลยุติธรรมและโฆษกศาลยุติธรรมยังไม่ให้ความกระจ่างกับสังคม

เรื่องนี้สอดรับกับกระเเสข่าวซึ่งสำนักข่าวแห่งหนึ่งรายงานไม่นานมานี้ว่า“นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา ”  รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) ได้ประกาศลาออกกลางที่ประชุม เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2564 ที่ผ่านมา เพราะไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของ อ.ก.ต. เสียงข้างมาก ในการแต่งตั้งผู้พิพากษารายหนึ่ง ให้ เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา (หน.ฎีกา) ทั้งที่ถูกร้องเรียนว่ามีส่วนเข้าไปพัวพันกับการแทรกแซงกระบวนการต่อสู้คดีข้อพิพากษาที่ดินจำนวน 46 แปลง ระหว่างบริษัทเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่งกับคู่กรณี ซึ่งมีคดีฟ้องร้องกันจำนวนหลายคดีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง จนกระทั่งบริษัทต้องยอมจ่ายเงินชดเชยจำนวน 400 ล้านบาท! โดยเรื่องนี้ทราบว่าดีเอสไอส่งสำนวนให้ปปช.ดำเนินการต่อแล้ว

กรณีที่นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์  ร้องเรียนนั้น  ต้องมองให้ลึกว่า นายอนุรักษ์”ถือเป็นหนึ่งในกต.ที่มีส่วนร่วมพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมด้วย” และในปีนี้นายอนุรักษ์ได้”ขยับตำแหน่ง”ทั้งที่การร้องเรียนให้ตรวจสอบการ ล็อบบี้หาเสียงตามที่นายชำนาญระบุนั้น “ยังไม่มีผลสรุป”

ผลสรุปของสองเรื่องร้อนนี้ จะออกมาคือมีมูลและไม่มีมูล

โดยทั่วไปการแต่งตั้งโยกย้ายของแทบทุกวงการต้องพิจารณาคุณสมบัติให้รอบด้าน หากมีข้อร้องเรียนที่ไม่ชอบมาพากล หลายวงการจะ”ไต่สวนให้แน่ชัดก่อนที่จะมีบทสรุปในพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายในหน่วยงานนั้นๆ”

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง

ดังนั้น การร้องเรียนของนายชำนาญ  พบว่า  วันที่พบว่ามีการกล่าวอ้างว่านายอนุรักษ์ล็อบบี้หาเสียง วันนั้นนายอนุรักษ์ทำหน้าที่รองประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์  แต่ผลการประชุมพิจารณาบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตุลาการวาระ1ต.ค.2564  มีมติให้นายอนุรักษ์ไปดำรงตำแหน่งเป็นประธานแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์

ภาวะแบบนี้ในวงการตุลาการนับว่าไม่กระจ่าง…..เพราะยังไม่มีการตรวจสอบข้อร้องเรียนของนายชำนาญเลย  จุดนี้ผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรมต้องเร่งขยับให้เรื่องยุติโดยเร็ว

 สมมติว่า หากวันข้างหน้าผลสรุปจากข้อร้องเรียนออกมาในทางที่ไม่เป็นคุณกับนายอนุรักษ์  ต้องชี้แจงว่า มูลเหตุจูงใจคืออะไร,  การขยับตำแหน่งในคราวนี้จะมีผลอย่างไรกับผู้พิพากษาท่านอื่นๆที่อาจพลาดตำแหน่งที่นายอนุรักษ์ได้รับการพิจารณาในครั้งนี้,  และจะมีบทสรุปอย่างไรกับข้อกล่าวหาของนายชำนาญที่มีต่อนายอนุรักษ์

หรือหากผลสรุปออกมาในทางที่เป็นคุณกับนายอนุรักษ์ มลทินต่างๆจะสลายไป เพราะอายุราชการของนายอนุรักษ์นั้นจะมีถึงปี2568 และน่าจะมีโอกาสก้าวหน้าในแวดวงตุลาการได้อีก

เมื่อรวมกับการไขก๊อกของนายประสิทธิ์จากตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.)ที่ต้องพิสูจน์มูลเหตุจูงใจในการเคาะรายชื่อใครบางคนที่มีข้อร้องเรียนให้ขยับตำแหน่งโดยที่ยังไม่มีความกระจ่างในข้อร้องเรียนนั้น

ตรงนี้คือบทพิสูจน์ของผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อคลายความกระจ่างของบุคลากรในวงการตราชั่งเพื่อเรียกศรัทธาจากทั้งวงในและวงนอกให้กลับคืนมาโดยเร็ว…

Tags: newsข่าวจังหวัดปัตตานี
Previous Post

รพ.เบตง เดินหน้าฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน

Next Post

ปัตตานีติดเชื้อรายใหม่ 195 เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ผู้นำศาสนารุดฉีดวัคซีนสร้างความเชื่อมั่น

ปัตตานี

ปัตตานี

เมืองงามสามวัฒนธรรม ศูนย์ฮาลาลเลิศล้ำ ชนน้อมนำศรัทธา ถิ่นธรรมชาติงามตา ปัตตานีสันติสุขแดนใต้

Related Posts

ข่าว

ม.อ.เผยผลวิจัย พบ.ผู้ป่วยปอดบวมจากโควิด เสี่ยงติดวัณโรคมากกว่าคนทั่วไป 7 เท่า

กุมภาพันธ์ 1, 2023
'สมชัย'-สงสัย-กกต.-แบ่งเขตเลือกตั้งผิด?-หลังเอาจำนวน-ผู้ไม่มีสัญชาติไทยมาคำนวณ
ข่าว

'สมชัย' สงสัย กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งผิด? หลังเอาจำนวน ผู้ไม่มีสัญชาติไทยมาคำนวณ

มกราคม 31, 2023
ข่าว

ผู้ว่าหญิงปัตตานี นำทีมปั่นจักรยานแนะนำแหล่งท่องเที่ยว

มกราคม 29, 2023
ข่าว

อุตุฯเตือนดูแลสุขภาพอากาศหนาวเย็นลง

มกราคม 29, 2023
“นิพนธ์”เดินหน้าทำชายแดนใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร-|-เดลินิวส์
ข่าว

“นิพนธ์”เดินหน้าทำชายแดนใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร | เดลินิวส์

มกราคม 26, 2023
ข่าว

‘

มกราคม 26, 2023
Next Post
564000008276901.jpg

ปัตตานีติดเชื้อรายใหม่ 195 เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ผู้นำศาสนารุดฉีดวัคซีนสร้างความเชื่อมั่น

บทความ แนะนำ

No Content Available

หมวดบทความ

การก่อสร้าง การขนถ่ายสินค้า การขุด หรือเจาะบ่อน้ำ การค้าวัสดุก่อสร้าง การฆ่าสัตว์ การผลิต การบรรจุก๊าซ การผลิตน้ำมันพืช การผลิตน้ำแข็ง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การผลิตรองเท้า การผลิตเส้นไหม การรีดโลหะ ผลิตเหล็ก การหล่อหลอม การกลึงโลหะ การเลี้ยงสัตว์ กิจกรรม ข่าว ตรวจหวย ธุรกิจ บริการซัก อบ รีด บริษัท ปัตตานี มูลนิธิ ร้านค้า วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา สพป.ปัตตานี เขต 1 สพป.ปัตตานี เขต 2 สพป.ปัตตานี เขต 3 สพม.เขต 15 สมาคม สำนักงานจัดการเดินทาง หน่วยงานราชการ อบต. อาหาร เอสเอ็มอี แฟรนไชส์ โรงงาน โรงพยาบาล บริการสุขภาพ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนศิลปะและกีฬา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสอนศาสนา โรงเรียนสามัญ โอทอป

เกี่ยวกับเรา ปัตตานี



เป็นศูนย์รวมในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก อีกทั้งยังเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ อีกด้วย

Unable to open file!