
เข้าสู่ช่วงปลายปี อยากชวนทุกคนล่องใต้ไปเที่ยวจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลตะวันออก เพื่อมาสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนที่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัวทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยมุสลิม ตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยว ที่หลากหลายครบรส เพราะจังหวัดปัตตานีมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรรม และธรรมชาติที่สวยงาม จึงอยากชวนทุกคนปักหมุดมาเที่ยวจังหวัดปัตตานีกันสักครั้ง
1. มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองปัตตานี นอกจากจะถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวปัตตานีแล้ว มัสยิดแห่งนี้ยังนับว่าเป็นมัสยิดที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของไทย การก่อสร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ตรงกลางอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่ และโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยสูงอยู่สองข้าง บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ที่สะท้อนแสงเงาของมัสยิดกลางน้ำอย่างสวยงาม และหากมาในช่วงเย็น-ค่ำ จะมีการเปิดไฟ light up ได้ภาพบรรยากาศสวยงามไปอีกแบบ


2. มัสยิดกรือเซะ (มัสยิดสุลต่านมูซัฟฟาร์ซาห์)
มีอีกชื่อหนึ่งว่า “มัสยิดปิตูกรือบัน” กรือเซะ มีความหมายว่า ทรายสีขาวใสดังไข่มุก เป็นมัสยิดโบราณ อายุกว่า 300 ปี มีลักษณะการก่อสร้างแบบเสากลมก่ออิฐสีแดงแบบศิลปะทางตะวันออกกลาง รูปทรงประตูโค้งแหลม มีความสวยงามมาก โดยในปี พ.ศ. 2478 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดปัตตานี


3. ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือศาลเจ้าเล่งจูเกียง
ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่ต้องมาเมื่อมาเยือนจังหวัดปัตตานี ร่วมสักการะองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เจ้าแม่ทับทิม และเทพเจ้าองค์ต่างๆ ที่ชาวปัตตานีให้ความเลื่อมใสศรัทธา และในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี จะมีการจัดงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไปตามถนนสายต่างๆ ในตัวเมือง


4. ชุมชนกือดาจีนอ
เป็นย่านเมืองเก่าของจังหวัดปัตตานี นักท่องเที่ยวสามารถเดินถ่ายภาพเช็กอินเก็บภาพบรรยากาศบ้านเรือนเก่าแก่ จุดที่เป็นไฮไลต์คือ “บ้านขุนพิทักษ์รายา” ที่องค์การยูเนสโกมอบรางวัล Award of Merit โครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2021 เป็นสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าอายุนับร้อยปีในประเทศไทย




5. วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้)
ร่วมกราบสักการะหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดเพื่อความเป็นสิริมงคล “วัดช้างให้” ถือว่าเป็นวัดต้นตำรับของหลวงปู่ทวด เพราะท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดและอัฐิของท่านก็ถูกบรรจุไว้ที่วัดแห่งนี้ เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริง วัดช้างให้จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อและเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของจังหวัดปัตตานี



6. ชุมชนท่องเที่ยวบาราโหม
“บาราโหม” เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของเมืองปัตตานี ในยุคสมัยที่ปัตตานี เป็นเมืองท่า อันรุ่งเรือง สัมผัสวิถีสังคมพหุวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของชาวพุทธและมุสลิมอย่างกลมกลืน ภายในชุมชนมีกิจกรรมมากมาย อาทิ เยี่ยมชมสุสานพญาอินทิรา เจ้าเมืองปัตตานีคนแรกที่นับถือศาสนาอิสลาม, กิจกรรม Workshop ทำผ้าบาติกด้วยบล็อกไม้, การนั่งรถสามล้อพ่วงชมวิถีชุมชน, ล่องเรือชมอุโมงค์โกงกางบริเวณอ่าวปัตตานี, ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่น “นาสิ อิแด กำปง” แสนอร่อย ฯลฯ




สนใจร่วมกิจกรรม : ชุมชนท่องเที่ยวบาราโหม โทร. 093-5802702 คุณฟารีดา
7. ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทรายขาว
เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมสองศาสนา พุทธ-มุสลิม มีกิจกรรมไฮไลต์คือ กิจกรรมนั่งรถจี๊ปโบราณสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เที่ยวชมรอบชุมชน และขึ้นไปชมวิวบนยอดเขา ณ จุดชมวิวเขารังเกียบ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว บริเวณใกล้เคียงเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมหามุนินทโลกนาถ โดยระหว่างทางขึ้นไปจุดชมวิวจะผ่านหินผาพญางู ซึ่งเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายส่วนหัวของงู ก่อนเดินทางกลับแนะนำให้ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นแสนอร่อย โดยฝีมือเชฟชุมชน อาทิ ยำตะลิงปลิง น้ำพริกผักลวก กุ้งผัดสะตอ แกงเลียง ฯลฯ



สนใจร่วมกิจกรรม : ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทรายขาว โทร. 089-7379553 คุณชนินทร์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่



